×

Your cart is empty

Total

รู้จักกับ Power Meter (EP.1)

ภาพกว้างๆของ Power Meter ที่ให้คุณเข้าใจง่ายๆ ตอนที่1

Power Meter (EP.1)


Power Meter คืออะไร?
พาวเวอร์มิเตอร์ (Power Meter) คือ อุปกรณ์จักรยานที่ช่วยให้เรารู้ว่า เราออกแรงมากน้อยแค่ไหน ในการออกแรงปั่นจักรยานเพื่อให้จักรยานพุ่งไปข้างหน้า ซึ่งก็คือกำลังที่เรามักจะใช้บอกว่า รถยนต์แต่ละคันแรงแค่ไหน แต่ส่วนมากรถยนต์จะบอกเป็นแรงม้า โดย 1 แรงม้าเท่ากับ 746 วัตต์ ดังนั้น หากรถยนต์คันหนึ่งมีแรงม้า 250 แรงม้า รถยนต์คันนั้นจะแรงเท่ากับ 186,425 วัตต์
 
หลักการทำงานของ power meter ก็คือวัดแรงที่เกิดจากเท่าเราเหยียบลงบนบันไดจักรยาน เมื่อเราเหยียบลงบนบันได ก็จะทำให้เกิดแรงบิดตัวที่ขาจาน และที่ขาจานก็มีอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ตัวหนึ่งที่เรียกว่า Strain Guage ที่ทำหน้าที่วัดการบิดตัวของขาจาน ซึ่งอุปกรณ์ตัวนี้สามารถวัดค่าได้ละเอียดมากๆ แล้วก็จะนำเอาค่าไปคำนวณกับความเร็วรอบขาที่เราปั่น ผลลัพธ์ที่ได้ก็ออกมาเป็น แรงที่เราปั่นจักรยานมีหน่วยเป็นวัตต์ ซึ่งเป็นคำสั้นๆที่เรามักจะพูดกันกว่า ติดวัตต์
จากสูตรการคำนวณคือ           
 
กำลัง (watt) =แรงที่เรากดลงไปบนบันได x ความเร็วรอบขา
 
 
วิธีการเพิ่มวัตต์ง่ายๆ ก็คือ เพิ่มแรงที่เรากดลงไปที่ลูกบันได หรือ เพิ่มรอบขา
ข้อดีของการมีพาวเวอร์มิเตอร์  ง่ายๆ คือ รู้ว่าออกแรงได้มีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน ลองนึกถึงหลอดไฟดูก็ได้ครับ หากเรามีหลอดไฟขนาด 60 วัตต์ และเราอยากให้สว่างมากขึ้น เราก็แค่ต้องหาหลอดไฟที่มีวัตต์มากขึ้น แค่นี้ก็ได้หลอดไฟที่สว่างมากขึ้นแล้ว จักรยานก็เช่นกัน ถ้าเราปั่นที่ 150 วัตต์ แต่อยากให้เร็วขึ้น เราก็แค่เพิ่มวัตต์เข้าไปเท่านั้นเอง อันนี้ไม่ใช่บทสรุปนะครับ เพียงชี้ให้เห็นภาพเข้าใจง่ายๆกันก่อน
 
ความเร็วเป็นเพียงมายา
หากย้อนไปในช่วงแรกๆ การฝึกซ้อมจักรยานจะอิงกับความเร็ว แต่ปัจจัยทางอากาศพลศาสตร์ และภูมิศาสตร์ เช่น แรงลม ความชัน ล้วนมีผลต่อความเร็วทั้งนั้น จึงทำให้ค่าความเร็วนั้น ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความแรงและพัฒนาการได้
 
อัตราการเต้นของหัวใจเป็นส่วนหนึ่งในตัวชี้วัด
ต่อมาจึงมาการพัฒนามาสู่ก็อัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate หรือ HR) ยิ่งออกแรงมาก เรายิ่งไปเร็วมากขึ้น หัวใจก็จะยิ่งเต้นแรงขึ้น ซึ่งดูเหมือนจะดีแล้ว แต่ก็ยังมีปัจจัยหลายอย่างที่มีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ เช่น ทั้งเรื่องของอาหาร ดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มบางชนิดก่อนปั่น ความตื่นเต้น นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ อุณหภูมิ สิ่งเหล่านี้มีอิทธิพลต่ออัตราการเต้นของหัวใจทั้งสิ้น แต่ก็ยังคงมีความสำคัญในฐานะหนึ่งในตัวแปรชี้วัดสุขภาพและประสิทธิภาพของการฝึกซ้อมเช่นกัน
 
จุดกำเนิดแรกของ Power Meter
และจนวันหนึ่ง Ulrich schoberer ได้คิดค้นอุปกรณ์ที่เขาเรียกว่า Power meter ขึ้นมาเพื่อวัดประสิทธิภาพการปั่น ภายใต้แบรนด์ SRM เพื่อนำมาทดลองใช้กับนักกีฬาในทีม Strawberry ที่มีนักปั่นอย่าง Greg Lemond เพื่อมาพัฒนาขีดความสามารถของมนุษย์ และมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนเริ่มออกวางจำหน่ายให้คนทั่วไปได้ใช้ในปี 1989


Picture Credit : http://www.srm.de/company/history/
 
หลังจากนั้น power meter ก็มีการพัฒนาและใช้กันอย่างแพร่หลายจนมาถึงปัจจุบัน
การวัดประสิทธิภาพของการปั่นด้วย power meter จะสามารถวัดได้ในทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะขึ้นเนิน ลงเนิน ลมแรง เพราะเราออกแรงปั่นไปเท่าไหร่ จักรยานก็จะพาเราไปเร็วเท่านั้น ซึ่งข้อดีตรงนี้ จะช่วยให้เราสามารถใช้ power meter มาช่วยในการฝึกซ้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
นอกจากนี้ พาวเวอร์มิเตอร์ ยังสามารถบอกเราอีกกว่า เราซ้อมหนักเกินไปหรือไม่ เราพักผ่อนนอนน้อยหรือไม่ พาวเวอร์มิเตอร์ก็ยังสามารถบอกเราได้อีกด้วย รวมถึงการพัฒนาสมรรถนะของเรา ซึ่งจะกล่าวถึงในบทความถัดไปครับ
AU / May 2020

 

SEE DURA-ACE POWER METER : https://www.probike.co.th/shimano/5/24/202/

 

Share with :
LINE it!

You may also like

SIGN ME UP

รับข้อเสนอพิเศษ ข่าวผลิตภัณฑ์ และข้อมูลที่น่าสนใจ

Subscribe

RIDE WITH US ON