×

Your cart is empty

Total

OCLV CARBON เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ TREK


นับตั้งแต่ปี 1992, TREK ได้นำเสนอและ ทำการผลิตเฟรมคาร์บอนในโรงงานที่วอเทอร์ลู มลรัฐวิสคอนซิน จนสามารถกล่าวได้ว่า TREK ผลิตเฟรมคาร์บอนชั้นดีมากกว่าผู้ผลิตจักรยานรายอื่นทั่วโลก TREK ยังดำเนินการค้นคว้าอย่างต่อเนื่องถึงความเป็นได้ต่างๆที่จะทำกับคาร์บอน ณที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นโรงงานที่มีอุปกรณ์สำหรับผลิตเฟรมคาร์บอนที่ทันสมัยที่สุดในโลก เฟรมรุ่นใหม่ทุกรุ่นจะถูกทำการทดสอบด้วยเครื่องทดสอบที่จำลองสถานการณ์ที่โหดที่สุด และแก้ไขให้สมบูรณ์แบบโดยทีมวิศวกรเฉพาะทางคาร์บอน , วิศวกรที่มีความชำนาญเรื่องคอมโพสิท, และวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญด้านอากาศยานจรวด รวมกว่า 100 คน (จรวดมาเกี่ยวข้องอะไรกับจักรยาน? เพราะอุตสาหกรรมอวกาศเป็นแหล่งกำเนิดตัวจริงของการพัฒนาคาร์บอนไฟเบอร์)

มีคำถามว่าทำไมจึงต้องลงทุนจ้างวิศวกรชั้นดีค่าจ้างสูงมาเป็นค่าใช้จ่ายด้วย คำตอบที่ชัดเจนแจ่มแจ้งคือ “ถ้า TREK ทำอย่างที่คนอื่นทำก็จะได้เฟรมเหมือนคนอื่น” คือไม่มีความแตกต่าง ซึ่ง TREK ถือว่ายังดีไม่พอ “TREK ต้องการเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์ที่ดีที่สุดในแต่ละระดับราคา”

เมื่อต้องการสิ่งที่ดีที่สุดก็ต้องมีการค้นคว้าและพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอด ต้องการทีมวิศวกรที่มีความชำนาญและสายการผลิตเฟรมให้อยู่ในที่เดียวกัน ซึ่งทำให้ TREK มีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งรายอื่นในส่วนของจักรยานคาร์บอน ด้วยเทคโนโลยีที่มีความพร้อมกว่าใคร TREK จึงทำการเปิดตัว Madone 6 Series SSL สำหรับจักรยานเสือหมอบเมื่อปี 2011 ซึ่งทำจากวัสดุใหม่ล่าสุดในอุตสาหกรรมจักรยาน

HexSL ไม่ใช่คาร์บอนที่ใครก็ทำได้ แต่ด้วยความที่มีโรงงานผลิตเฟรมของตนเองอยู่ในสหรัฐฯ Trek ได้รับการอนุญาตให้เข้าถึงวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ที่มีความซับซ้อนและมีความก้าวหน้าที่สุดเท่าที่จะหาได้สำหรับกิจการอวกาศของสหรัฐฯ ซึ่งตามปกติแล้ววัตถุดิบชนิดนี้ถูกห้ามส่งออก ดังนั้นเฟรมจักรยานคาร์บอนของ Trek ที่ผลิตในสหรัฐฯจึงเป็นเฟรมที่ผลิตจากคาร์บอนที่ดีที่สุดในโลก HexSL เป็นคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีความเหมาะสมสำหรับผลิตชิ้นส่วนที่มีรูปแบบและโครงสร้างที่ซับซ้อน อย่างเช่น โครงสร้างที่ต้องประกอบกับอุปกรณ์อิเลคโทรนิคส์และส่วนที่ใช้เดินสายภายในโครงสร้างของเฟรม แม้กระทั่งส่วนเว้าส่วนโค้งซึ่งมีผลต่อรูปร่างที่บางเพรียวแต่ยังคงความแข็งแรงและแกร่ง เป็นเอกสิทธิ์ของ Trek เท่านั้น 

HexSL ถูกนำมาพัฒนาเป็นเฟรมจักรยานเสือหมอบตัวที่ดีที่สุดที่ Trek เคยผลิตมาและเป็นครั้งแรกที่วัสดุที่ซับซ้อนนี้ถูกพัฒนาเพื่อยกระดับทั้งด้านความแข็งแกร่งควบกับความแข็งแรงในคราวเดียวกัน เป็นเอกสิทธิ์ของ Trek และมีในรุ่น Madone super-light SSL เท่านั้น

OCLV CARBON
ด้วยลิขสิทธิ์เฉพาะในการผลิตคาร์บอนไฟเบอร์ของTrek ระบบการรีดอัดแบบOptimum Compaction (OC) นั่นหมายถึงคาร์บอนไฟเบอร์ของTrekได้รับการรีดอัดอย่างแน่นหนาและสม่ำเสมอระหว่างแผ่นคาร์บอนกับเรซิ่นในอัตราส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้ได้น้ำหนักที่เบาและแข็งแรงที่สุด Low Void (LV) ซึ่งก็คือคาร์บอนของเรานั้นแทบจะไม่มีช่องว่างหรือฟองอากาศหลงเหลือแม้แต่น้อยในระหว่างชั้นของแผ่นคาร์บอน ให้ความแข็งแรงเทียบเท่ามาตรฐานของนวัตกรรมอากาศยาน

สำหรับในปี2012 นั้น ทาง TREK ได้ทำการจัดเรียงรหัสคาร์บอนขึ้นใหม่เพื่อแยกประเภทและคุณสมบัติของการใช้งานให้ชัดเจนขึ้น

700 Series ใน Madone ซีรี่ย์ 7 เป็นคาร์บอนที่ผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย มีน้ำหนักเบาที่สุดและแข็งแรงที่สุดที่เคยมีในวงการจักรยานและเป็น Handmade in the U.S.A. เท่านั้น
600 Series ใน Madone ซีรี่ย์ 6 เป็นคาร์บอนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในเทคโนโลยีอากาศยานโดย TREK ได้นำเอาเทคโนโลยีนี้มาใช้ในการผลิตจักรยานและเป็น Handmade in the U.S.A.

500 Series ใน Madone ซีรี่ย์ 5 เป็นเทคโนโลยีคาร์บอนที่ทำให้ OCLV ของ Trek ประสบความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบันและนับเป็นครั้งแรกที่ Trek ได้นำเทคโนโลยี OCLV ออกนอก U.S.A.
400 Series ใน Madone ซีรี่ย์ 4 กับเทคโนโลยี Net Molding ที่ให้ประสบการณ์ใหม่ในการขับขี่ที่ดีกว่าเดิม
300 Series ใน Madone ซีรี่ย์ 3 เพื่อให้นักจักรยานที่มีข้อจำกัดในเรื่องของราคาได้สัมผัสกับเทคโนโลยีคาร์บอนที่ทันสมัยในราคาที่ไม่อาจปฏิเสธ


STEPJOINT TECHNOLOGY 
TREK ได้ใช้กรรมวิธีการต่อท่อคาร์บอนแบบเสียบซ้อนอย่างเรียบเนียน ลงตัวโดยไม่มีการหุ้มทับและไม่เหลือส่วนเกิน ให้ความเรียบเนียนตลอดความหนาของผนังท่อด้านในและนอกจากปลายจดปลาย การเข้าท่อแบบ STEPJOINTทำให้ผนังท่อมีความหนาสม่ำเสมอและน้ำหนักเบา 
การเข้าท่อแบบที่มีในผู้ผลิตรายอื่นๆ ในช่วงประกบของท่อจะหนาและมีน้ำหนักมาก
BB90

ขนาดของท่อกะโหลกที่กว้างที่สุดเท่าที่เคยมีในวงการจักรยานประเภทถนน กะโหลกคาร์บอนของTREKทำให้เฟรมมีความเบา แข็งแรง มีการบิดตัวน้อยและให้การตอบสนองต่อการควบคุมรถได้อย่างรวดเร็ว BB90 นับว่าเป็นกะโหลกที่มีขนาดกว้างที่สุดที่มีอยู่ในจักรยานทางเรียบ ด้วยเทคโนโลยีพิเศษเฉพาะของTREKเราได้ทำการตัดส่วนเกินที่ปกติเคยมีอยู่ภายในของกะโหลกแบบเดิมรวมถึงจุดต่อทิ้งไป และออกแบบให้ส่วนฐานของกะโหลกซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดของเฟรมกว้างขึ้น ส่งผลให้เฟรมของMadoneมีน้ำหนักที่เบา ตอบสนองดีเยี่ยม และง่ายต่อการควบคุมมากกว่าเฟรมยี่ห้ออื่น 
CRANK, COMPACT ชุดขาจานพร้อมใบจานแบบสองใบ ซึ่งมีขนาด 50-34 เป็นส่วนผสมที่ลงตัวสำหรับการขี่ขึ้นเขาหรือแม้แต่ทำความเร็วบนทางเรียบ CRANK, DOUBLE ชุดขาจานพร้อมใบจานแบบสองใบ ซึ่งมีขนาด 53-39 หรือ 52-39 มาตรฐานสำหรับนักจักรยานขาแรงหรือนักจักรยานถนนทั่วไป CRANK, TRIPLE ชุดขาจานพร้อมใบจานแบบสามใบ เพื่อตัวเลือกในการเปลี่ยนเกียร์ที่มากขึ้นหรือนักจักรยานที่ขี่แบบทัวริ่ง

Di2 OPTIMISATION

ออกแบบมาเพื่อรองรับชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าของ Shimano Di2 โดยเฉพาะ


DIRECT-MOUNT FRONT DERAILLEUR 
แป้นติดตั้งสับจานหน้าแบบไม่ต้องใช้แหวนรัด วัตถุประสงค์เพื่อลดน้ำหนักและการเปลี่ยนเกียร์ที่แม่นยำ
DUOTRAP
การออกแบบตัวเฟรมให้รองรับการติดตั้งเซ็นเซอร์จับความเร็ว รอบขา และระยะทาง ให้ดูเรียบเนียนไปกับตัวเฟรมเพื่อให้ดูสะอาดตาและตัดปัญหาทางด้าน Aerodynamic จากอุปกรณ์ส่วนเกินต่างๆ ระบบ DuoTrap ที่ซ่อนเซ็นเซอร์ความเร็ว รอบขา และระยะทางไว้ในตัวเฟรมช่วยลดแรงฉุดจากลมและเพิ่มAerodynamic ให้กับรถ เฟรมคาร์บอน Madone ทุกตัวมาพร้อมกับระบบรองรับซึ่งสามารถใช้ได้กับเซ็นเซอร์ไร้สายระบบ ANT+ ของBontrager (เซ็นเซอร์แยกจำหน่าย)

E2 Fork

ซางตะเกียบขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5”นิ้ว และรีดไล่ขนาดมาที่ส่วนปลายให้เหลือ1-1/8”นิ้ว เพื่อเพิ่มความแข็งแรงในส่วนของบ่าตะเกียบให้สามารถรับแรงสะเทือนและควบคุมรถได้อย่างมั่นคง ในการใช้งานของตะเกียบตามปกติมักมีสองส่วนที่ท้าทายต่อการออกแบบ ซึ่งหนึ่งก็คือความนิ่งและมั่นคงในขณะเลี้ยวในมุมองศาต่างๆ และสองคือช่วยลดแรงสะเทือนที่ส่งจากพื้นถนนที่ส่งมาถึงผู้ขี่ ซึ่ง TREK เป็นผู้ผลิตรายแรกที่ออกแบบตะเกียบให้สามารถรองรับได้ทั้งสองสิ่งที่กล่าวมา สัดส่วนของบ่าตะเกียบจากด้านซ้ายไปขวาที่กว้างสามารถให้ความมั่นคงในขณะเลี้ยว ในขณะที่สัดส่วนด้านหน้าหลังที่แคบกว่า มีการให้ตัวที่เหมาะสมเพื่อช่วยในการลดแรงสะเทือน


The right fit is everything 
TREK ตระหนักถึงสรีระและความยืดหยุ่นของร่างกายของนักจักรยานแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน สิ่งสำคัญเบื้องต้นเพื่อลดปัญหาดังกล่าว คือเฟรมที่มีทางเลือกของสัดส่วนรูปทรงมากกว่าแบบพื้นฐานเพียงแบบเดียวอย่างที่ในตลาดทำกัน Madone 6 series สำหรับฤดูกาล 2011 TREK จึงได้สร้างทางเลือกให้นักจักรยานระดับโปรมากถึง 3 รูปแบบคือ H1, H2 และ H3 

H1 Fit ถูกพัฒนาเพื่อนักจักรยานที่มีความสามารถในการเคลื่อนไหวข้อสะโพกได้อย่างคล่องตัว มีแนวแกนกระดูกสันหลังที่แข็งแรงทรงตัวยืดหยุ่นได้ดีเมื่อต้องก้มต่ำ และต้องการตำแหน่งการจับแฮนด์ที่ต่ำและลู่ลมที่สุด H1 สนองความต้องการนี้ได้อย่างดี ในโปรทัวร์ H1 เป็นทางเลือกของนักจักรยานส่วนใหญ่ในทีม Radio Shack และทีมอื่นๆที่กำลังตามมาในฤดูกาลแกรนด์ทัวร์ในปี 2011 ตลอดจนทีมที่ Trek เป็นสปอนเซอร์เช่นทีมทหารอากาศ 

H2 Fit ไม่ใช่เฟรมที่มีรูปทรงสำหรับนักจักรยานมือสมัครเล่นอย่างที่เข้าใจ แต่ยังคงคุณลักษณะที่ดีของ H1 ไว้ทุกประการ ด้วยท่อหน้าที่สูงขึ้นประมาณ 3 ซม. เพื่อลดการเครียดของกล้ามเนื้อหลังและบริเวณส่วนคอของนักจักรยาน นักจักรยานที่มีความยืดหยุ่นหรือความคล่องตัวของการเคลื่อนไหวของข้อสะโพก H2 ซึ่งมีท่อหน้าสูงขึ้นเล็กน้อยนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะทำให้นักจักรยานอยู่ในตำแหน่งขี่ที่ร่างกายส่วนบนสบาย ดูเป็นมืออาชีพโดยไม่ต้องใช้สเปเซอร์จำนวนหลายๆอัน หรือใช้คอแฮนด์ที่เชิดสูงขึ้นจนหมดสวย Chris Horner นักจักรยานในทีม Radio Shack ใช้ H2 ในการแข่งตูร์ครั้งที่ผ่านมา และมีส่วนช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ประเภททีมมาครองได้สำเร็จ 

H3 Fit เป็นเฟรมที่ TREK ได้ทำการปรับรูปทรงเพิ่มขึ้นจาก H2 โดยให้ท่อหน้าสูงขึ้นจาก H2 อีกเล็กน้อย รวมทั้งการปรับสัดส่วนบางจุดเพื่อให้ Madone H3 มีเสถียรภาพที่ดีที่สุด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ยังมีไฟขณะที่ต้องการตำแหน่งการขี่ที่ลำตัวตั้งมากกว่าปกติเพื่อเซฟหลังและคอ แต่ยังต้องการสมรรถนะของจักรยานแบบโปรและดูดีไปด้วยในตัว โดยไม่ต้องมีการรองสเปเซอร์จำนวนมาก ผู้ที่เลือกใช้เฟรม H3 ไม่ใช่ใครอื่น Johan Bruyneel ผู้จัดการทีม Radio Shack ซึ่งวางแผนพาทีมที่เขาดูแลเป็นแชมป์ตูร์มากถึง 9 ครั้งจาก 11 ครั้งหลังสุด ด้วยส่วนผสมทั้งวัสดุชั้นเลิศและรูปทรงที่มีทางเลือกมากกว่าหนึ่งเพื่อให้เหมาะกับความต้องการและสรีระของนักจักรยานซึ่งไม่ต้องการทดลองหรือเสี่ยงเรื่องคุณภาพของการขี่ TREK จึงได้นำเสนอ Madone 6 Series SSL เพื่อสนองความต้องการของนักจักรยานเหล่านี้โดยเฉพาะ กล่าวได้ว่าเป็นจักรยานแข่งที่มีสมรรถนะดีที่สุดเท่าที่ TREK เคยผลิตมา สิ่งสำคัญที่เป็นส่วนประกอบสรุปได้ดังนี้
- น้ำหนักเบาลงแต่แข็งแกร่งที่สุด ตอบสนองกำลังที่ใส่เข้าไปได้อย่างทันใจ แข็งแรงด้วย HexSL Carbon ซึ่งทำให้ Trek สามารถออกแบบเฟรมที่ใช้วัตถุดิบได้น้อยลงทำให้น้ำหนักของเฟรมพร้อมทั้งชุดตะเกียบหน้าเบาลงร่วม 10% เมื่อเทียบกับ OCLV Red
- OCLV2 เทคโนโลยีที่ก้าวหน้ากว่าใครในการผลิตชิ้นส่วนต่างๆของเฟรม เช่น ท่อส่วนต่างๆ, เบ้ารองรับตลับลูกปืนแบบ Net Modling, ช่วงข้อต่อแบบStepJoint, กะโหลกแบบ BB90, ตะเกียบหน้าแบบ E2, การจัดระบบซ่อนสายภายในเฟรมทำให้เฟรมดูสะอาดตาและปกป้องสายได้ดี, การออกแบบส่วนท่อนั่งทำให้สามารถปรับตัวรับแรงกระแทกแนวดิ่งได้ดีขึ้นมากกว่า 40% และตะเกียบหน้ารูปทรงกึ่งแบนสามารถลดแรงกระแทกจากด้านหน้าได้ดีขึ้นทำให้บังคับควบคุมดีขึ้น, โมลด์ขึ้นรูปที่ตะเกียบหลังซ้ายสำหรับติดตั้งเซนเซอร์ Duo Trap ทำให้เฟรมดูสะอาดตาไม่มีอะไรมาเกะกะสายตา
- Madone ได้รับการยกย่องว่าเป็นเฟรมที่ดูสะอาดตาที่สุดจากการจัดระบบซ่อนสายสำหรับระบบเกียร์แบบปกติและระบบการจัดวางอุปกรณ์เปลี่ยนเกียร์ระบบอิเลคทรอนิคส์ Shimano Dura-ace Di2 ที่ซ่อนสายและจุดพักสายอยู่ภายในท่อล่างได้แนบเนียนปลอดภัย
INTEGRATED CABLE MANAGEMENT 
ระบบการเก็บซ่อนสายเคเบิลต่างๆได้อย่างสะอาดตาที่สุดในวงการจักรยาน ทำให้เราสามารถสรรค์สร้างท่อเฟรมที่มีระบบภายในที่สลับซับซ้อนไว้ได้อย่างลงตัว RIDE TUNE SEATMAST 
เราออกแบบหลักอานของ TREK แบบ Ride Tune Seatmast เพื่อช่วยในการประหยัดพลังงานในการปั่นและใช้ทดสอบในการแข่งในรายการใหญ่ๆ นับเป็นหลักอานที่น้ำหนักเบาที่สุดเหมาะสำหรับนักปั่นที่คำนึงถึงทั้งประสิทธิภาพและความสะดวกสบาย

Share with :
LINE it!

You may also like

SIGN ME UP

รับข้อเสนอพิเศษ ข่าวผลิตภัณฑ์ และข้อมูลที่น่าสนใจ

Subscribe

RIDE WITH US ON