TECH / OCLV Mountain

OCLV Mountain

 

 

 

OCLV Mountain Carbon

OCLV (Optimum Compaction, Low Void) คือการผลิตคาร์บอนที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ TREK ซึ่งมีความแข็งแรงและทนทานต่อแรงกระแทกได้สูงเนื่องจากกรรมวิธีการผสานเรซิ่นกับแผ่นคาร์บอนและทำการรีดขจัดฟองอากาศที่อยู่ระหว่างชั้น (ซึ่งเป็นสาเหตุให้คาร์บอนเปราะบางแตกหักได้ง่ายให้หลงเหลืออยู่น้อยที่สุดหรือแทบจะไม่หลงเหลืออยู่เลย ลดปัญหาการแตกร้าวของเฟรมที่ถูกหินหรือสิ่งต่างๆในTrail ดีดขึ้นมากระแทก

 

เฟรมคาร์บอนโดยทั่วไปมักเกิดการแตกร้าวเนื่องจากหินที่ดีดขึ้นมาจากล้อในขณะขับขี่ด้วยความเร็ว ซึ่งนั่นเป็นหลักการที่TREKเคยได้เรียนรู้ต่อๆกันมา แต่ไม่เคยมีใครที่ทำการทดสอบตามหลักความจริงอย่างเป็นจริงเป็นจัง TREK ได้ทำการทดสอบโดยวิธีที่เรียกว่า Anvil Strike Test ซึ่งเป็นการทดสอบโดยการใช้วัตถุที่มีน้ำหนัก และมีความแหลมคมต่างๆมากระแทกกับตัวเฟรมในความเร็วที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงหรืออาจจะมากกว่า จากการทดสอบตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น และทำการออกแบบปรับปรุง OCLV Mountain คาร์บอนด้วยเทคโนโลยีและวัสดุชั้นสูงต่างๆเพื่อให้ได้มาซึ่งความแข็งแรงและทนทานต่อการแตกร้าวได้เป็นผลสำเร็จ

 

 

 

 

 

 

CARBON ARM

 ในบางครั้งจักรยานสำหรับการปั่นบางประเภทอาจต้องการๆปกป้องที่มากกว่าปกติ เนื่องจากOCLVที่ผลิตมาสำหรับออฟโรดนั้นสามารถเกิดการแตกร้าวจากหินที่ถูกดีดขึ้นมาจากล้อ ดังนั้นจักรยานประเภทTrailและ All Mountain ของTREKจึงได้ทำการเสริมวัสดุที่เรียกว่า Carbon Armor Polymer เข้าไปอีกหนึ่งชั้นเพื่อให้นักจักรยานมั่นใจว่าจักรยานที่ขับขี่นั้นสามารถรองรับงานหนักและโหดหินได้อย่างไร้กังวล TREK PERFORMANCE ALUMINUM อลูมินั่มนับเป็นวัสดุที่มีใช้กันมานานและเรียกได้ว่า Classic ที่สุดในวงการผลิตเฟรมจักรยาน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า TREK จะหยุดที่จะพัฒนาอลูมินั่มให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

 

 

 

 

 

     

 

R.I.P. ZIP TIES

ระบบซ่อนสายเบรคและเกียร์ไว้ในตัวเฟรม มีเฉพาะในเสือภูเขารุ่น Top Fuel และ 9.9 Hardtail เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าอีกระดับของTREK ที่ทำให้เฟรมดูสะอาดตาโดยไม่ต้องพึ่งสายรัดหรือ Zip Tie ด้วยช่องร้อยสายเบรคและเกียร์ที่อยู่ในส่วนของท่อหน้าทำให้สามารถติดตั้งระบบสายเคเบิลต่างๆได้อย่างเรียบร้อยสวยงามและยังช่วยลดปัญหาของเสียงที่น่ารำคาญจากการบิดตัวของปลอกสาย อีกทั้งยังลดปัญหาปลอกสายเสียดสีกับตัวถังได้เป็นอย่างดี

 

 

 

 

 

 

E2 TAPERED HEAD TUBE

ขนาดของท่อหน้าเส้นผ่าศูนย์กลาง1.5”นิ้ว และรีดไล่ขนาดมาที่ส่วนปลายให้เหลือ1-1/8”นิ้ว เพื่อเพิ่มความแข็งแรงในส่วนของบ่าตะเกียบให้สามารถรับแรงสะเทือนและควบคุมรถได้อย่างมั่นคง

 

 

 

 

 

 

 

     

 

ABP IS ACTIVE BRAKING PIVOT  ACTIVE

ระบบการทำงานของจักรยานแบบ Full Suspension ทั่วไปจะเกิดการฝืนตัวขณะที่ใช้ดิสก์เบรคเป็นผลให้ช่วงยุบทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพซึ่งในบางครั้งการฝืนตัวของช่วงยุบอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อการควบคุมรถได้ ระบบ ABP ของ TREKช่วยให้ช่วงยุบทำงานได้ตามปกติไม่ว่าจะทั้งในขณะปั่นขาจานหรือแม้ในขณะที่ต้องการลดความเร็ว

 

 

 

 

 

MORE CONTROL

เมื่อระบบกันสะเทือนของจักรยานสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในขณะเบรค นักจักรยานก็จะสามารถควบคุมรถจักรยานได้ง่ายและดีขึ้น นั่นหมายถึงความเร็วที่เพิ่มขึ้นด้วย

 

 

 

 

 

THE WORLD BEST SUSPENSION

TREK รู้จักระบบกันสะเทือนดีกว่าใครๆ เนื่องจากมีสถานที่ค้นคว้าวิจัยสองที่ซึ่งแห่งหนึ่งอยู่ที่California และอีกแห่งหนึ่งอยู่ที่Wisconsinที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อการค้นคว้าในด้านของระบบกันสะเทือนโดยเฉพาะ ซึ่งTREK ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากและระลึกอยู่เสมอว่าการได้ปั่นจักรยานที่มีคุณภาพดีนั้นให้ความรู้สึกอย่างไร ด้วยความรู้ทางเทคนิคที่สั่งสมมาและความรักในการปั่นจักรยานทำให้การพัฒนาระบบกันสะเทือนของTREK ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที

 

 

 

 

 

DRCV IS TWO SHOCK IN ONE

TREK ได้พัฒนาระบบDual Rate Control Valve (DRCV) ร่วมกันกับบริษัทชื่อดังอย่างFOX เพื่อหาจุดเด่นและจุดด้อยของช็อคอัพหลังที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไป จริงอยู่ที่ช็อคอัพหลังแบบAir อื่นๆสามารถให้การตอบสนองที่ดีในการปั่นแบบCross Country แต่ยังไม่ดีพอที่จะตอบสนองความต้องการของนักจักรยานประเภทTrail ในขณะที่ที่ช็อคอัพหลังแบบAir ที่มีห้องเก็บลมที่ใหญ่และสามารถรับการใช้งานแบบหนักหน่วงได้ก็ไม่สามารถให้การตอบสนองในการปั่นที่ดี ระบบDRCV จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อผสานเอาคุณสมบัติที่ดีทั้งสองอย่างเข้าไว้ด้วยกันซึ่งเป็นที่มาของช็อคอัพหลังที่ใช้งานที่สมบุกสมบันและให้การตอบสนองต่อการปั่นอย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

 

 

 

 

HOW IT WORKS

1. Sag + Small bumps

ในสภาพเส้นทางที่ขรุขระน้อย DRCVจะทำงานเล็กน้อยเพื่อให้นักปั่นสามารถควบคุมจักรยานได้ซึ่งการทำงานของช็อคจะคล้ายกับรุ่นRP2 และRP23ของFOX

2. Midsize Bump

ทางที่มีความสะเทือนระดับกลาง เส้นทางประเภทนี้จะแสดงจุดเด่นของการทำงานของDRCV ได้ดีที่สุด ที่ระดับ50% ของCompressionห้องเก็บลมจะเปิดการทำงานมากขึ้นเพื่อรองรับการกระแทกที่ค่อนข้างมาก ให้ความนุ่มนวลและการตอบสนองต่อการควบคุมที่ดี

3. Finish

สุดท้ายเมื่อช็อคต้องทำงานเต็มที่DRCV จะให้การทำงานที่คล้ายกับช็อคอัพหลังที่มีห้องเก็บลมขนาดใหญ่

4. Return

เมื่อช็อคคืนตัวกลับสู่สภาพปกติ ห้องเก็บลมที่สองจะถูกปิดเพื่อให้ช็อคอัพกลับไปทำงานรองรับกับสภาพเส้นทางที่ขรุขระน้อยเพื่อการปั่นที่ไม่ให้ความรู้สึกยวบยาบ

 

 

 

 

 

EVO LINK

EVO LinkพัฒนามาจากRocker Link ซึ่งเดิมเป็นอลูมินั่มสองชิ้นนำมาประกบกันแล้วยึดด้วยBolt โดยใน EVO Linkใหม่นี้ได้รับการออกแบบให้เป็นอลูมินั่มที่หล่อขึ้นเป็นชิ้นเดียวเพื่อให้มีน้ำหนักที่เบาแต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแรง

 

 

 

 

See MTB